Tuesday, November 21, 2017
Text Size

Tuesday, 09 October 2012 09:54

ส่งเสริมไอคิวให้กับลูกน้อย เลือกใช้สื่อพัฒนาสองทาง

จากผลวิจัยล่าสุดชี้ให้เห็นว่า “เด็กไทยมีค่าเฉลี่ยไอคิวต่ำกว่าระดับสากล” จนทำให้กรมสุขภาพจิตต้องลุกขึ้นมาปลุกกระแส สร้างความตระหนักในการพัฒนาเด็กไทย เพื่อเน้นส่งเสริมระดับไอคิวของเด็กให้มากขึ้น เพราะในปัจจุบันเทคโนโลยีอย่างคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน หรือโทรทัศน์ ฯลฯ เข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิตเด็ก และส่งผลให้เด็กไทยขาดการสื่อสารพูดคุยออกเสียงหรือโต้ตอบ ขาดการปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง หรือมีพัฒนาการหลายด้านช้ากว่าปกติ เช่น พูดช้า ทักษะทางสังคมบกพร่อง ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาการเรียนรู้และระดับสติปัญญาของเด็กในอนาคต

พญ.จันท์ฑิตา พฤกษานานนท์ หัวหน้าหน่วยพัฒนาการและการเจริญเติบโต ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยให้ทราบถึงการพัฒนาไอคิวของเด็กในยุคปัจจุบันว่า

“ เด็กจะมีไอคิวสูงหรือต่ำ ถูกกำหนดโดยปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ พันธุกรรม และสภาพแวดล้อมการเลี้ยงดู ถ้าพ่อแม่ฉลาดลูกก็จะฉลาด ถ้าพ่อแม่ไม่ฉลาดลูกก็จะไม่ฉลาดตามไปด้วย แต่การจัดสภาพแวดล้อมและส่งเสริมพัฒนาการตามวัยอย่างเหมาะสม จะช่วยให้ลูกพัฒนาและมีความสามารถดีกว่าพ่อแม่ได้ มีผลงานวิจัยออกมาแล้วว่า การส่งเสริมพัฒนาการโดยการจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับการเรียนรู้ตามวัยของเด็กตั้งแต่เล็กๆ สามารถเพิ่มระดับไอคิวลูกได้ถึง 20-30 คะแนน ในทางตรงข้าม ถึงแม้พ่อแม่ฉลาดแต่ลูกถูกเลี้ยงดูในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวย และไม่ได้รับการส่งเสริมพัฒนาการอย่างเหมาะสม ก็จะส่งผลให้สมองไม่พัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ และมีผลต่อระดับไอคิวได้ ”

คุณหมอกล่าวต่อว่า การได้รับโภชนาการที่เหมาะสมตามวัย ก็จะมีผลดีต่อพัฒนาการของสมองด้วย

“ สำหรับโภชนาการที่ดีที่สุดและสำคัญสำหรับเด็กทารกคือ “นมแม่ ” และเมื่อลูกโตขึ้นคุณแม่ควรให้ลูกได้รับอาหารครบ 5 หมู่ ครบ 3 มื้อ เพื่อให้ได้สารอาหารที่มีความจำเป็นต่อการพัฒนาสมองอย่างครบถ้วน ขณะเดียวกันคุณพ่อคุณแม่ควรส่งเสริมพัฒนาการผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ตาดู หูฟัง ลิ้นรับรส จมูกรับกลิ่น กายรับสัมผัสที่อบอุ่น และการให้เด็กได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง จะช่วยทำให้กระบวนการเรียนรู้ครบทุกมิติ เช่น นำผลแอปเปิลมาให้เด็กได้เรียนรู้ เด็กก็จะสามารถเรียนรู้ เรื่องสี ขนาด น้ำหนัก กลิ่น จนไปถึงการได้ชิมรสชาติ สมองของเด็กก็จะเกิดการพัฒนาเชื่อมโยงเครือข่ายเส้นใยสมองออกไปในหลายมิติ ”

ส่วนเทคนิคการส่งเสริมพัฒนาการทางสมองเพื่อเสริมสร้างไอคิวนั้น คุณหมอแนะนำว่า

“ คุณพ่อคุณแม่ควรหมั่นสังเกตว่าในช่วงนั้นลูกมีพัฒนาอย่างไร เพื่อหาทางจัดกิจกรรมส่งเสริมให้หลากหลายและรอบด้าน เช่น การสื่อสารแบบสองทางจะช่วยให้เด็กมีพัฒนาการด้านภาษาที่ดี การพูดคุย ยิ้ม สบตากับลูกบ่อยๆ จะช่วยเรื่องทักษะการฟัง การเล่นเสียง เมื่อลูกเล่นเสียงควรล้อเสียงเด็ก ใช้โทนเสียงที่หลากหลายและพูดคำที่มีความหมาย การให้เด็กสบตา มองหน้า มองปากจะช่วยให้เด็กพูดชัด และเรียนรู้ภาษาท่าทาง เมื่อเด็กเริ่มพูดได้เป็นคำเดี่ยวๆ ก็ให้พ่อแม่เติมคำให้ยาวขึ้น พัฒนาการทางภาษามีความสัมพันธ์กับระดับสติปัญญา ความฉลาด และแสดงถึงศักยภาพของสมอง เด็กที่มีพัฒนาการทางภาษาเร็ว ช่างซักถามจะสามารถต่อยอดการเรียนรู้ได้เร็ว ขณะเดียวกันการจัดบรรยากาศการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น เล่านิทาน อ่านหนังสือ ทัศนศึกษา จะช่วยให้ลูกได้เรียนรู้ ได้ประสบการณ์ เป็นต้น "

สำหรับปัญหาที่เกี่ยวกับการพัฒนาสมองเด็กไทยในยุคดิจิตอลนั้น พญ.จันท์ฑิตากล่าวว่า

“ สื่อผ่านจอทุกประเภทเปรียบเหมือนดาบ 2 คม คือมีทั้งข้อดีและโทษ ขณะเดียวกันก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ดังนั้นการที่คุณพ่อคุณแม่นอกจากจะต้องรู้เท่าทันสื่อแล้ว และเลือกสรรรายการที่เป็นประโยชน์ และสามารถเพิ่มพูนประสบการณ์การเรียนรู้ให้แก่ลูกน้อยแล้ว ต้องกำหนดเวลาการใช้สื่อเหล่านี้ให้ไม่เกินวันละ 1-2 ชั่วโมง เพื่อจะได้เหลือเวลาไปทำกิจกรรมอื่นที่มีประโยชน์ เพื่อเสริมสร้างไอคิวไปพร้อมๆ กับเรียนรู้ให้กับลูกน้อย ”

คุณหมอกล่าว

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

เส้นสายลายสี

cartoon6

"นิทาน" เป็นสิ่งสำคัญยิ่งที่สามารถช่วยเสริมจินตนาการของเด็กๆให้กว้างไกลและยังตอบสนองความต้องการของเด็กได้ครบถ้วน เชิญชมผลงานนิทานจากจินตนาการความคิดสร้างสรรค์ของเด็กๆกันครับ

ดูทั้งหมด