Tuesday, September 19, 2017
Text Size

Tuesday, 28 August 2012 10:29

แนะพ่อ-แม่สื่อสารภาษารักกับลูกด้วย “กอด”

ท่ามกลางความเจริญในยุคปัจจุบัน ทุกสิ่งเต็มไปด้วยความเร่งรีบและการแข่งขัน การเลี้ยงลูกก็เป็นสิ่งที่ท้าทายมากยิ่งขึ้นตามไปด้วย แต่ความต้องการจากส่วนลึกในใจเด็กยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ลูกยังคงต้องการให้พ่อ-แม่แสดงความรักต่อเขา และเขาสามารถสัมผัสได้ถึงความรักความห่วงใยที่มีต่อเขา ความรักเป็นรากฐานให้เด็กรู้สึกมั่นคงและเป็นคนที่รู้จักให้และรู้จักรักคนอื่น

การจะสื่อสารภาษารักให้ลูกเข้าใจว่า พ่อ-แม่รักเขาได้อย่างไรนั้น พญ.ภัทรวรรณ ขันธ์แก้ว จิตแพทย์ทั่วไป โรงพยาบาลมนารมย์ อธิบายว่า เด็กทุกคนมีภาษารักเป็นของตนเอง และวิธีการที่จะสื่อให้เด็ก รับรู้ถึงความรักที่มีต่อเขาทำได้หลายวิธี ได้แก่ การสัมผัสทางกาย ถ้อยคำชื่นชม เวลาแห่งคุณภาพ ของขวัญและการเอาใจใส่ดูแล การสัมผัสทางกาย เช่น การกอด ซึ่งเป็นวิธีแสดงความรักที่ใช้กันมากที่สุด เปรียบเหมือนอาหารมีความจำเป็นแก่การเติบโตทางร่างกาย สัมผัสที่แม่มีให้แก่ลูกก็จำเป็นสำหรับการเติบโตทางจิตวิญญาณ การกอดมีหลายแบบ เช่น กอดแบบหมี (Bear hug) กอดแบบหน้าแนบหน้า (A frame hug) กอดแนบแก้ม (Cheek hug) กอดกันกลม (Sandwich hug) กอดเป็นกลุ่ม (Group hug) กอดจากหัวใจ (Heart centered hug)

ทั้งนี้ คุณพ่อ-คุณแม่สามารถใช้การกอดได้หลายแบบ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในช่วงวัยของเด็กและเวลา รวมทั้ง สถานที่ ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 3 วัย คือ

หนึ่ง การกอดในวัยแรกเกิดและหัดเดิน เด็กในวันนี้ต้องการสัมผัสอย่างมากเป็นพิเศษ ในช่วง 2-3 ปีแรก และโชคดีที่การอุ้มและการกอดเป็นสัญชาตญาณของแม่ เด็กควรได้รับการสัมผัสอย่างรักใคร่และอ่อนโยน ไม่ว่าจะเป็นช่วงเปลี่ยนผ้าอ้อม ป้อนอาหารหรือขณะอุ้ม พอโตขึ้นทั้งเด็กผู้ชายและเด็ก ผู้หญิงล้วนยังต้องการ การกอดและการหอม สัมผัสกันด้วยความรักใคร่เหมือนกัน เพราะมีความ สำคัญมากต่อพัฒนาการทางอารมณ์ของเด็ก

ต่อมาคือ การกอดในวัยเริ่มเรียน คือ การกอดลูกก่อนไปโรงเรียนทุกเช้า อาจส่งผลให้เขามีอารมณ์มั่นคงได้ตลอดทั้งวัน ในขณะเดียวกัน การกอดลูกตอนกลับจากโรงเรียนอาจทำให้เขารู้สึกสงบ ไม่งอแง เพราะเวลาไปโรงเรียนเขาต้องเจอเหตุการณ์ใหม่ๆ ทุกวัน อาจมีทั้งความรู้สึกดีหรือไม่ดีต่อคนรอบข้าง การกอดด้วยความรักอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้เด็กรู้สึกผ่อนคลายและสามารถปรับตัวเข้ากับคนรอบข้างได้ง่ายขึ้น สำหรับเด็กผู้ชายอายุ 7-9 ปี อาจมีบางช่วงเวลาที่เขาไม่อยากให้สัมผัส ดังนั้น การสัมผัสอาจเป็นการเล่นกีฬา เช่น มวยปล้ำ การเล่นต่อสู้กันหรือการกอดกันแรงๆ การเอามือลูบผม การแตะไหล่หรือแขน พร้อมคำพูดแนวให้กำลังใจ การกอดเด็กไว้ขณะอ่านหนังสือให้เด็กฟังเป็นอีกหนึ่งวิธีที่เด็กหลายคนประทับใจ เพราะกอดนานและรู้สึกใกล้ชิดอบอุ่น ส่วนเด็กผู้หญิง นอกจากการ สัมผัสในลักษณะที่ออกแรงแบบเล่นกีฬาแล้ว ยังชอบการสัมผัสแบบอ่อนโยนด้วย

สุดท้าย คือ การกอดสำหรับลูกวัยรุ่น การกอดลูกที่อยู่ในช่วงวัยรุ่นนี้ เป็นการกอดที่แสดงความรักในทางสร้างสรรค์ และต้องมีความเหมาะสมทั้งเวลาและสถานที่ พ่อแม่ควรแสดงความรักต่อทั้งลูกสาวลูกชาย เพราะวัยรุ่นยังต้องการการสัมผัสเหมือนเดิม เพียงแต่ควรทำที่บ้าน แม่ไม่ควรกอดลูกชายต่อหน้าเพื่อนของลูก เนื่องจากเด็กกำลังพัฒนาความเป็นตัวของตัวเอง การทำแบบนั้นอาจทำให้เด็กอายและอาจถูกเพื่อนล้อ ในทำนองเดียวกันลูกสาวก็ยังต้องการการกอด และการหอมจากพ่อ ดังนั้น เวลาและ สถานที่จึงมีความสำคัญในวัยนี้ ส่วนการที่พ่อกอดลูกชายและแม่กอดลูกสาวอย่างรักใคร่ เป็นสิ่งที่เหมาะสมในทุกช่วงการพัฒนาการของเด็ก

นอกจากการกอดแล้วเรื่องของคำพูดก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้ลูกรู้สึกดี พญ.ภัทรวรรณ ได้ให้คำแนะนำหลักการพูดกับลูกหลักๆ 3 ข้อ ดังนี้ หนึ่ง คำพูดที่แสดงความรักใคร่ห่วงใย เช่น เวลาอ่านหนังสือให้ลูกฟังก่อนนอนก็กอดเขาไว้ บอกเขาว่า "ลูกจ๋า...แม่รักลูกนะ" สอง คำพูดชมเชยที่เหมาะสมและตรงตามความเป็นจริง เช่น "แม่ภูมิใจที่ลูกของแม่เป็นคนดี" ควรใช้ในจังหวะที่เด็กทำสิ่งที่เขาภูมิใจและหวังว่าจะได้รับคำชมเชย และคำพูด ให้กำลังใจ หมายถึง คำพูดที่เป็นการปลูกฝังความกล้าให้เด็กมีความกล้าที่จะทำสิ่งต่างๆ มากขึ้น เพราะทุกประสบการณ์ในชีวิตเด็กเป็นสิ่งใหม่ เช่น หัดเดิน หัดพูด หัดขี่จักรยาน เช่น "เกือบได้แล้วลูก" "ดีลูก" "ใช่แล้ว" "ดีมาก" เป็นถ้อยคำที่สร้างกำลังใจในการเรียนรู้ต่อไป

สำหรับพ่อ-แม่ ที่ต้องการเทคนิคสร้างสัมพันธภาพในครอบครัว หรือมีคำถามเกี่ยวกับการแสดงออกว่าควรหรือไม่ อย่างไร เหมาะสมหรือไม่ ทำได้มากน้อยแค่ไหน สามารถส่งคำถามหรือข้อสงสัยต่างๆ มาได้ที่ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. หรือติดตามข้อมูลข่าวสาร อ่านบทความส่งเสริม สุขภาพจิตที่ดีที่ www.manarom.com

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์แนวหน้า

เส้นสายลายสี

cartoon6

"นิทาน" เป็นสิ่งสำคัญยิ่งที่สามารถช่วยเสริมจินตนาการของเด็กๆให้กว้างไกลและยังตอบสนองความต้องการของเด็กได้ครบถ้วน เชิญชมผลงานนิทานจากจินตนาการความคิดสร้างสรรค์ของเด็กๆกันครับ

ดูทั้งหมด