Tuesday, September 19, 2017
Text Size

Monday, 24 June 2013 18:05

โทรทัศน์เป็นเครื่องตัดตอนการเติบโตทางสมองของลูกน้อย โดย ตุ๊บปอง

pic55จริงอยู่ที่เมื่ออยู่กับภาพเคลื่อนไหวของโทรทัศน์ ลูกดูมีความสนุกสนานแน่ เพราะเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดความสนใจได้ง่าย พ่อแม่เองก็เบาแรง ไม่ต้องพึ่งพาใครให้มาช่วยเลี้ยงลูก ยิ่งถ้าลูกนั่งดูโทรทัศน์หรือการ์ตูนได้นาน ๆ ยิ่งดี พ่อแม่จะได้มีเวลาทำงานบ้าน และมีเวลาพักผ่อนมากขึ้น ซ้ำร้าย พ่อแม่บางคนกลับคิดว่าการปล่อยให้ลูกนั่งดูโทรทัศน์ภายในบ้านเพียงลำพัง ปลอดภัยกว่าให้ออกไปเล่นนอกบ้าน

พ่อแม่รู้หรือไม่ว่า โทรทัศน์เป็นเครื่องตัดตอนการเติบโตทางสมองของลูก และเป็นวิธีการสร้างความโง่ให้แก่ลูกได้อย่างง่าย ๆ ทั้งแพทย์ นักวิชาการ นักพัฒนาการเด็ก และผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาสมองของมนุษย์ ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า ไม่ควรให้เด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ ดูโทรทัศน์เลย เพราะโทรทัศน์เป็นสื่อที่มีภาพที่สดใส สนุกสนาน และเสียงที่เร้าใจให้จดจ้องอย่างจดจ่อ จึงทำให้ลูกชอบ และสามารถจมจ่อมจ้องอย่างสนอกสนในในเวลานาน ๆ แต่ผลเสียที่จะตามมานั้นมากมาย

พ่อแม่รู้ไหมว่า ถ้าให้ลูกดูโทรทัศน์จะมีผลเสียอะไรต่อลูกบ้าง

หนึ่ง คือ การดูโทรทัศน์ทำให้กล้ามเนื้อตาของลูกทำงานอย่างหนัก ทำให้ลูกมีเวลาพักผ่อนนอนหลับน้อยลง เคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง ส่งผลเสียต่อพัฒนาการทางร่างกายที่ชะงักงัน ไม่เจริญเติบโตได้อย่างเหมาะสมตามวัย

สอง คือ ในขณะที่ดูโทรทัศน์ลูกไม่ต้องใช้สมอง ใช้แต่ตาติดตามดูภาพที่เคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็วจนลูกไม่มีเวลาพอจะมาหยุดคิด ภาพ คำพูดและอารมณ์ที่นำเสนอก็ไม่ต้องตีความ

สาม คือ การดูโทรทัศน์เป็นการสื่อสารทางเดียว ลูกเกิดความพึงพอใจ สนุกสนาน แล้ว พยายามสื่อสารในทุกรูปแบบ โทรทัศน์ไม่สามารถตอบสนองกลับ ลูกจึงเรียนรู้แต่การรับอย่างเดียว ไม่เรียนรู้การส่ง หรือการสื่อสารออกไป เซลล์ประสาทสมองที่เกี่ยวกับพัฒนาการทางภาษาจึงไม่ได้รับการกระตุ้น เหตุนี้จะทำให้ลูกมีพัฒนาการทางภาษาช้า พูดช้า

สี่ คือ สื่อเคลื่อนไหวในโทรทัศน์นั้นมีอิทธิพลและส่งผลกระทบต่อความรู้สึกนึกคิดของลูกในด้านการเลียนแบบ ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมของนักแสดงจากหนัง ละคร หรือโฆษณา ลูกยังไม่มีวิจารณญาณในการดู แต่ได้มีการซึมซับรับรู้ จึงจำภาพทั้งดีและไม่ดีไว้อย่างแม่นยำ เพราะโทรทัศน์สื่อสารด้วยภาพเคลื่อนไหวที่ฉับไว สนุกสนาน น่าตื่นตาตื่นใจ ไปพร้อม ๆ กับสีสันและการใช้เสียงที่เร้าความสนใจเป็นหลัก ลูกจึงจดจำภาพที่สื่อออกมาได้ทีละน้อย ทีละน้อยอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แล้วซึมซับจากจิตใต้สำนึก และสามารถแสดงออกเป็นการกระทำที่รุนแรงได้โดยไม่รู้ตัว

ห้า คือ โทรทัศน์สกัดกั้น และตัดตอนการสร้างความสัมพันธ์ของพ่อ แม่ กับลูก เพราะการดูโทรทัศน์ทำให้เวลาสำหรับกิจกรรมชื่นชอบของครอบครัวลดลง

แต่.. การอ่านหนังสือให้ลูกฟังตั้งแต่ยังเล็ก จะทำให้ลูกฉลาด เสียงของแม่ อ้อมกอดของพ่อ กับหนังสือที่น่าสนใจ ทำให้ลูกอุ่นใจ และมีความมั่นคงทางอารมณ์ ยิ่งถ้าอ่านให้ฟังบ่อย ๆ ลูกจะมีความจำได้ดีขึ้น แต่การปล่อยลูกให้อยู่กับโทรทัศน์ นอกจากจะไม่ได้รับการสัมผัสที่อบอุ่น ปฏิสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับพ่อแม่แล้ว เมื่อโตขึ้นลูกจะกลายเป็นคนว้าเหว่ เพราะการดูโทรทัศน์ทำให้เป็นผู้รับฝ่ายเดียว ไม่ช่วยเสริมสร้างจินตนาการ และไม่เปิดโอกาสให้ลูกได้ตั้งคำถาม และค้นคว้าหาคำตอบ

เส้นสายลายสี

cartoon6

"นิทาน" เป็นสิ่งสำคัญยิ่งที่สามารถช่วยเสริมจินตนาการของเด็กๆให้กว้างไกลและยังตอบสนองความต้องการของเด็กได้ครบถ้วน เชิญชมผลงานนิทานจากจินตนาการความคิดสร้างสรรค์ของเด็กๆกันครับ

ดูทั้งหมด